วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

รัฐประหาร 19 กันยา

เปิดเบื้องลึก..รัฐประหาร..19กันยายน2549 !!
การใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รัษาการนายกรัฐมนตรี ปรากฏเป็นรูปธรรม ในช่วงประมาณ 22.00 น.ในวันอังคาร ที่ 19 กันยายน 2549 มีเค้าลางปรากฏ ให้เห็นตลอดทั้งวัน

สัญญานแรกที่ปรากฏให้เห็นเกิดขึ้นในช่วงเช้า เมื่อผู้บัญชาการทั้ง 3 เหล่าทัพ ได้รับคำสั่งด่วนจาก พล.ต.อ. ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ครม. แทน พ.ต.ท. ทักษิณ ซึ่งติดภาระกิจร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่สหรัฐ

น่าแปลกใจที่คำสั่งดังกล่าว ไม่ได้การตอบสนองจาก ผบ.ทุกเหล่าทัพ..!!!???

นับจากนั้นข่าวการรัฐประหารก็สะพัดขึ้นทันที ก่อนจะชัดเจนเมื่อพบความเคลื่อนใหวเป็นพิเศษของกองกำลังพลสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ที่อยูภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาคที่ 3

โดยมีรายงานข่าวในช่วงบ่ายว่า พล.ท.สพรั่ง ได้เดินทางไปที่กองพลทหารม้า ที่ 1 เพชรบูรณ์ พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบความพร้อมของยานลำเลียง รถถัง ปืนใหญ่ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของ พล.ม. 1

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนใหวที่ พล.ม.1 หาได้รอดพ้นสายตาของทหารอีกฝ่ายที่ใกล้ชิด พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่

เมื่อความเคลื่อนใหวในส่วนนี้ปรากฏขึ้นมา กำลังอีกด้านจาก พล.ม.2 ซึ่งมี พล.ต. ศานิตย์พรมมาศ ตท.10 รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นผบ.พล ก็ได้เคลื่อนกำลังเข้าอารักขาทำเนียบรัฐบาลทันที่ ทำให้การเคลื่อนใหวที่ พล.ม.1 เงียบลงไป

กระนั้นข่าวการเตรียมกำลังยึดอำนาจก็ยังสะพัดต่อไป อย่างคึกคัก จนมีข่าวว่ารักษาการรัฐมนตรีบางคนเตรียมหลบหนีแล้ว

ความเคลื่อนใหวที่น่าสนใจเกิดขึ้นอีกครั้งในเวลา 17.00 น. กลุ่มพลเรือนประมาณ 10 คน นำโดย นางเพ็ญจิต ปัญญวรรณศิริ ข้าราชการบำนาญ ได้เดินทางไปที่กองบัญชาการกองทัพ ขอยื่นหนังสือให้ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. นำกำลังออกมาทำให้สถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย เข้าสู่การปฏิรูปการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย

ล่วงเข้าช่วงค่ำวันเดียวกัน ข่าวการรัฐประหารยึดอำนาจก็กระหึ่มหนักขึ้น ตามด้วยรายงานข่าวว่ามีการเจรจากันระหว่างผู้นำฝ่ายรัฐประหาร กับพ.ต.ท. ทักษิณ ยื่นข้อเสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลีกทางออกไป แต่ฝ่ายหลังไม่สนองตอบ

ข่าวชิ้นดังกล่าวเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ก่อนที่ฝ่ายรัฐประหารจะเคลื่อนกำลังออกมาอย่างเป็นรูปธรรม....!!!

เวลา 21.00 น. สายข่าวทุกสายยืนยันมีรัฐประหารแน่นอน และเป็นที่น่าสังเกตว่า ตั้งแต่เวลาดังกล่าว สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ไม่มีการออกอากาศรายการต่างๆ ตามปกติ มีเพียงพระบรมฉายาลัษณ์ และเสียงเพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น

จากนั้นแค่ไม่กี่นาที รถบัสนับสิบคัน จากศูนย์บัญชาการสงครามพิเศษ ลพบุรี นำกำลังพลในชุดพราง อาวุธครบมือเดินทางถึงกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน ตามด้วยรถถ่ายทอดสดของ ททบ. 5

สถานการบีบคั้นหัวใจผ่านไปเพียงชั่วโมง สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ก็ออกอากาศสดเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ จากนิวยอร์ก ประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมเด้ง บิ๊กบัง-สนธิ ไปช่วยราชการที่สำนักนายกฯ โดยต้องไปรายงานตัวกับ พล.ต.อ.ชิดชัย ทันที

นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ พล.อ. เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส. เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียนร้อย ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในภาวะฉุกเฉิน แต่แล้วความหวังสุดท้ายของพ.ต.ท. ทักษิณ ที่จะต่อสู้รักษาอำนาจต่อไปก็พังทลายลง เมื่อทหารฝ่ายยึดอำนาจสั่งยุติการออกอากาศทันที พร้อมกับที่ขบวนรถถังนับสิบคัน ผสมกับรถฮัมวี่ติดปืนกลได้เคลื่อนเข้าสู่ถนนราชดำเนินท่ามกลางความแปลกใจของประชาชน

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า กำลังพลฝ่ายรัฐประหาร อีกส่วนจากกรมทหารราบที่ 31 ลพบุรีได้เข้ายึดทำเนียบ นอกจากนั้นยังมีกำลังไม่ทราบฝ่าย เข้ายึดอาคารชินวัตร สถานีโทรทัศน์ ไอทีวีบ้านจันทร์ส่งหล้า ของพ.ต.ท. ทักษิณ

จนกระทั่งเวลา 23.00 น.ความสงสัยข้องใจทั้งหมดก็คลี่คลายลง เมื่อมีการแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ แห่งประเทศไทย ระบุว่า " คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข " ซึ่งประกอบด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในเขตพื้นที่ กทม. และปริมลฑลได้แล้ว

จากนั้นในเวลา 240.00 น. คณะปฏิรูปฯ พร้อมด้วย พล.อ. เรืองโรจน์ มหาสรานนท์ ได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อกราบบังคมทูลถวายรายงานสถานการณ์

(ขอขอบคุณ คมชัดลึก ฉบับ วันพฤหัสบดี ที่ 21 กันยายน 2549)

1 ความคิดเห็น: